“ต้นเบาบับ (Baobab Tree)” ต้นไม้ชื่อแปลกไม่คุ้นหู มีถิ่นกำเนิดอยู่ในเกาะมาดากัสการ์ 6 ชนิด

และอยู่บนแผ่นดินใหญ่ของทวีปแอฟริกาและออสเตรเลียอีกแห่งละชนิด ความมหัศจรรย์ของต้นเบาบับคือสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในพื้นที่กันดารแห้งแล้ง เนื่องจากมีบริเวณกลางลำต้นขนาดใหญ่ที่ใช้เก็บกักน้ำไว้กับตัวได้อย่างมหาศาล ในช่วงที่มันผลัดใบจนหมดเหลือแต่กิ่งก้าน จะเห็นเหมือนกับรากไม้ชี้ขึ้นฟ้า

บางครั้งจึงอาจเรียกว่า ต้นไม้กลับหัว (Upside-down Tree) ความโดดเด่นของต้นเบาบับมีหลายอย่าง เช่น เป็นต้นไม้ที่มีอายุยืนที่สุดในโลก มีอายุโดยทั่วไปถึง 1,000 – 3,000 ปี ในขณะที่มันมีอายุได้ถึง 6,000 ปี จะมีขนาดใหญ่มากที่สุดในโลก เป็นไม้เนื้ออ่อนที่โตเร็วมาก ต้นเบาบับมีความสูงเฉลี่ย 25 เมตร และมีเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้นมากถึง 6-10เมตร ติดอันดับต้นๆ ของต้นไม้ที่มีลำต้นอ้วนที่สุดในโลก

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของต้นเบาบับที่กำลังได้รับความสนใจ คือ ทุกส่วนของต้นสามารถนำเอามาใช้ประโยชน์เป็นยาป้องกันและรักษาโรคในมนุษย์ได้

SONY DSC

จึงได้ชื่อว่าเป็นต้นไม้แห่งชีวิต (Tree of Life) กล่าวคือ
– ใบ ใช้รับประทานทั้งในรูปของผักสด หรือเป็นส่วนผสมที่สำคัญของอาหารประเภทต้ม (Stew) บำรุงร่างกาย บำรุงผิว มีสารป้องกันอนุมูลอิสระมากกว่าใบมะรุมหลายเท่า
– เนื้อของผลมีลักษณะคล้ายเนื้อในมะขามเทศเป็นปุยสีขาว คนแอฟริกันเรียกว่า ขนมปังลิง (Monkey’s bread) มีรสเปรี้ยวคล้ายลูกหยี นำมาทำเครื่องดื่มที่มีวิตามินซีสูงกว่าส้มถึง 6 เท่า และมีสรรพคุณทางยาสูงมาก จนทางตลาดร่วมยุโรปอนุญาตให้นำไปผสมกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้แก่มนุษย์ได้

– เมล็ดใช้รับประทานสด หรือคั่วแทนกาแฟ หรือนำไปเพาะให้งอกเสียก่อนแล้วรับประทานเป็นผักสดเช่นเดียวกับถั่วงอก น้ำมันจากเมล็ดใช้เป็นส่วนผสมเครื่องสำอางบำรุงผิว ทำให้ผิวเต่งตึง ไม่เหี่ยวย่นง่าย กระตุ้นให้เกิดผิวใหม่มาทดแทนโดยเร็ว และไม่ทำให้ต่อมตามรูขุมขนอุดตัน น้ำที่บีบออกมาจากรากและลำต้นมีคุณสมบัติเป็นยาชูกำลัง แก้ร้อนใน แก้โรคมาเลเรีย โรคกระเพาะ

– เปลือกรอบต้นจะมีเส้นใยที่มีความเหนียว สามารถถากเอาส่วนที่เป็นเปลือกรอบนอกของต้นมาทำเป็นเชือก ทอเสื่อ แห อวน ทอเป็นผ้าหรือทำกระดาษได้

ต้นเบาบับมีสรรพคุณที่เป็นคุณแก่มนุษย์มากมาย สามารถนำมาปลูกได้ทั่วทุกภาคของประเทศ มีลำต้นสวยงามสะดุดตา เป็นได้ทั้งไม้ประดับและเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ ออกดอกออกผลในระยะเวลาเพียง 4-5 ปีเท่านั้น

โดยต่อมามีการนำมาปลูกกันในไทยเยอะมาก จึงมีชื่อเป็นภาษาไทยว่า ต้นมหาสมบัติ ซึ่งเป็นชื่อที่เหมาะสมอย่างยิ่ง จึงนับเอาวันที่ 19 ตุลาคม 2552 เป็นวันเริ่มต้นของการเรียกชื่อต้นเบาบับ เป็นภาษาไทยว่า ต้นมหาสมบัติ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา