อาหารการกินในปัจจุบัน มีหลากหลายรูปแบบให้เราเลือกทาน ทั้งของทานที่มีประโยชน์และไม่มีประโยชน์ ซึ่งอาหารบางชนิดนั้นส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างมาก และอาหาร 10 ประเภทต่อไปนี้ ควรทานให้น้อยลงหรือพยายามเลี่ยงเนื่องจากทำให้ไตทำงานหนักจนเกิดไป ทั้งยังเสี่ยงมีโรคแทรกซ้อน !!!

1.ไข่เยี่ยวม้า

ไข่เยี่ยวม้า เป็นอาหารที่ค่อนข้างมีตะกั่วออกไซด์ ซัลไฟด์สูง พ่อค้าแม่ค้าบางรายจะแอบใช้สิ่งนี้ใส่ลงไปในส่วนผสมที่ใช่พอกหรือแช่ เพื่อช่วยให้ไข่กลายเป็นไข่เยี่ยวม้าได้เร็วขึ้น และเห็นผลได้มากขึ้น และแน่นอนว่านี่คือสาเหตุที่ทำให้ไข่เยี่ยวม้ามีสารตะกั่วปนเปื้อนได้มาก

สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาเมื่อมีสารตะกั่วปนเปื้อนบ่อยๆ จะทำให้เราท้องผูก ส่งผลให้มีความผิดปกติของเซลล์ไขกระดูก ระบบประสาท ไต รวมไปถึงกล้ามเนื้อกระดูกข้อมือข้อเท้า ระยะยาวอาจส่งผลให้เกิดอัมพาต และชีวิตได้

วิธีสังเกตสารตะกั่วปนเปื้อนง่ายๆนั่นก็คือ ให้สังเกตที่ไข่ขาวว่ามีสีดำมากเกินไปหรือเปล่า หรือว่ามีลักษณะเป็นสีดำขุ่นที่ไม่ใช่สีน้ำตาลเข้มใสๆอย่างที่เคยเห็นกัน ถ้ามีสังเกตแบบนี้สันนิษฐานได้เลยว่าเป็นไข่เยี่ยวม้าที่มีตะกั่วปนเปื้อนจากขั้นตอนการผลิตมากเกินไป

2.ปาท่องโก๋

ในกระบวนการทําปาท่องโก๋นั้นมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้กรอบ ฟู นั่นก็คือตะกั่วปนเปื้อน สิ่งนี้จะทำให้ไตทำงานหนักเมื่อได้รับเข้าไปในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น นอกจากนี้ยังจะทำให้คอแห้งกระหายน้ำ เจ็บคอได้ง่าย โดยเฉพาะคนที่เป็นร้อนใน และอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือน้ำมันที่ใช้ในการทอดปาท่องโก๋ พ่อค้าแม่ค้าบางรายใช้น้ำมันโดยไม่เปลี่ยน ทอดอยู่แบบนั้น 2-3 วัน และแน่นอนว่ามันส่งผลให้เกิดโรคอื่นซ้ำซ้อนตามมา

3.เนื้อย่าง

ในกระบวนการย่างหรือการอบ รมไฟ สิ่งนี้จะทำให้เกิด เบนโซไพรีน ซึ่งมันหมายความว่าเป็นตัวก่อมะเร็งชั้นดี หลายคนก็ยังทานอยู่ ยังไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ หากทานไปในระยะยาวจะทำให้เกิดอาการปวดตัว ปวดกระดูก ปวดตามไขข้อ

4.ผักดอง

ผักดอง ของหมักของดองต่างๆเมื่อร่างกายได้รับในปริมาณที่เกินพอ จะส่งผลให้เกิดความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจได้ง่าย เนื่องจากปริมาณที่ได้รับนั้นเป็นเกลือที่มีโซเดียมสูง กินบ่อยๆเป็นประจำจะทำให้ร่างกายทำงานด้อยประสิทธิภาพลง นอกจากนี้ในกระบวนการหมักดองยังมีสารแอมโมเนียไนเตรท ซึ่งเป็นตัวก่อมะเร็งที่หลายคนควรหลีกเลี่ยง

5.ตับหมู

ตับหมู แน่นอนว่ามีคอเลสเตอรอลสูง การกินตับหมูบ่อยๆหรือมากเกินไปจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ เส้นโลหิตสมอง อัมพฤกษ์อัมพาต และเป็นตัวก่อมะเร็งเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงหรือทานให้น้อยลง

6.ผักโขม ปวยเล้ง

ผักโขม ผักปวยเล้ง เป็นผักที่มีสารอาหารชั้นสูง แต่ถ้าว่ามีกรดออกซาเลตมาก ทำให้เกิดการขับสังกะสีและแคลเซียมออกจากร่างกายที่มาก ดังนั้นในการกินบ่อยๆจะทำให้เกิดสภาวะขาดแคลเซียมหรือสังกะสีนั่นเอง

สังกะสีสำคัญอย่างไร สังกะสีสำหรับร่างกายนั้นคือการเข้าไปควบคุมกระบวนการทำงานต่างๆภายในระดับเซลล์ หน้าที่หลักๆก็เปรียบเสมือนรถบรรทุกที่คอยขนส่งคาร์บอนไดออกไซด์จากเซลล์และเนื้อเยื่อไปยังปอดนั่นเอง ถ้าหากขาดสิ่งนี้ไป ก็จะทำให้กระบวนการทำงานของร่างกายลดประสิทธิภาพลง

7.บะหมี่สำเร็จรูป

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แน่นอนว่ามีสารกันบูดสารปรุงแต่งรถค่อนข้างสูง และมีคุณสมบัติทางคุณค่าทางอาหารที่ต่ำมาก การกินมากๆหรือปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้เสี่ยงต่อการขาดอาหาร และแน่นอนว่าเป็นการสะสมโรคในอนาคตได้

8.เมล็ดทานตะวัน

เมล็ดทานตะวัน เป็นเมล็ดที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวค่อนข้างสูง การกินมากเกินไปหรือการกินบ่อยๆจะทำให้เกิดกระบวนการทางเคมีที่ร่างกายทำงานผิดปกติ ในระยะยาวจะส่งผลให้เกิดการสะสมไขมันในตับ ภาวะไขมันในตับสูงอาจทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคตับแข็งเพิ่มมากขึ้น

9.เต้าหู้หมัก เต้าหู้ยี้

สำหรับกระบวนการหมักเต้าหู้ยี้ บางเจ้าอาจมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้ง่าย เนื่องจากกระบวนการผลิตยังทำให้เกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์ซึ่งเป็นอันตรายต่อคนและสัตว์

10.ผงชูรส

ผงชูรส คนเรานั้นไม่ควรกินผงชูรสมากเกินไป ปริมาณมากในที่นี้หมายความว่า 6 กรัมหรือประมาณ 1 ช้อนชา การกินผงชูรสมากๆจะทำให้เกิดภาวะกรดกลูตามิกในโลหิตสูง

ข้อมูลจาก : ชมรมรักษ์สุขภาพ